สี วิธีเลือก/ซ่อม/จัดวาง/ฤกษ์ยาม เฟอร์นิเจอร์ไม้สักแพร่

การ "ทำสี "

ในยุคก่อน ช่างทำสีเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก มักนิยมใช้วัสดุทำสี จากธรรมชาติ เช่น

: ขี้ผึ้ง และ น้ำมันจากต้นไม้ บางชนิดมาใช้ตกแต่งผิวไม้งานเฟอร์นิเจอร์ แต่ปัจจุบันมีการค้นคิดวัสดุธรรมชาติ และ สังเคราะห์จากธรรมชาตินำมาใช้ในการตกแต่งผิวของงานเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก ทำให้สามารถเพิ่มมูลค่า และยังสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีมากยิ่งขึ้น อีกด้วย

: ซึ่งขั้นตอนในการทำจึงจะต้องมีความพิถีพิถัน โดยพื้นผิวของงาน จะต้องสะอาด และ ขัดผิว ชิ้นงานอย่างดี ไร้ซึ่งรอยตำหนิ

: การย้อมสี เนื้อไม้ ให้แก่ไม้สักนั้น เพื่อป้องกัน แสงแดด และน้ำที่อาจซึมเข้าเนื้อไม้

: การตกแต่งผิวไม้ ด้วย วาร์นิชแล็กเกอร์ และเชลแลก ด้วยวิธีการเคล็ดลับ ประสปการณ์ ก็จะช่วยขับลายไม้ ของไม้สักให้ดูเด่น สวยงามชัดเจน มากยิ่งขึ้น

: ในทุกๆครั้งก่อนการทำสี จะต้องมีการเตรียมพื้นผิวให้แห้ง ซึ่งวัสดุที่นำมาเตรียมพื้นผิว ได้แก่ ดินสอพอง ผสมกับน้ำให้นิ่มใช้อุดร่องเสี้ยนไม้ หรือลงพื้น สามารถใช้ได้ทั้งแบบผง และแบบก้อน

: สารกันซึมหรือซีลเลอร์ ใช้ในการเคลือบรองพื้นชิ้นงาน หรือใช้เคลือบพิ้นผิวที่อาจปล่อยสารบางอย่าง ซึ่งอาจทำให้วัสดุเคลือบเสียหาย

: ฟิลเลอร์ จะทำหน้าที่คล้ายกับดินสอพอง อีกทั้งยังสามารถผสมกับสีย้อม สีฝุ่น ดินสี เพื่อให้ได้สีตามที่ต้องการ และสามารถขัดด้วยกระดาษทรายเพื่อให้ผิวเรียบได้ง่ายขึ้น

: หากเตรียมพื้นผิวไม้สักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงลงมือเคลือบผิวเพื่อทำให้ไม้สักสวยงามและทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดีมากยิ่งขึ้น

: ซึ่งวัสดุที่นำมาใช้มีดังนี้ แลกเกอร์ ใช้งานได้ง่าย ทนต่อสภาพภูมิอากาศและการขูดขีด มีทั้งชนิดเงา และด้าน Smile

 

สีเสี้ยนขาว

สีไม้สัก (ด้าน)
สีไม้สัก (กึ่งเงา กึ่งด้าน)
สีเม็ดมะขาม (น้ำตาลแดง )
สีโอ๊ค (น้ำตาลเหลือง)
สีแลกเกอร์ (ใส)

 

 

22/3/57 12:00

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การดูแล แก้ไข เฟอร์นิเจอร์ เบื้องต้น :

 

เครื่องเรือนไม้

  • ถ้ามีรอยคราบเป็นวง ใช้กระดาษซับแบบหนาวางทับเหนือรอยคราบแล้วใช้เตารีดที่มี ไฟปานกลางนาบซ้ำกันหลาย ๆ หนจนกว่ารอยนั้นจะหายไปหรือ จะใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำมันการบูรเช็ดถูจนหมดรอย
  • กรณีน้ำตาเทียน ที่แม้จะขูดออกไปแล้วแต่ยังมีรอยอยู่ใช้น้ำมันสนเช็ดออก
  • รอยขีดข่วนให้ใช้น้ำมันชักเงาถู รอยขีดบาง ๆ จะหายไปได้
  • รอยคราบจากสี ใช้น้ำมันสนเช็ดคราบออกได้ แล้วค่อยใช้น้ำมันชักเงาถูให้สะอาด

 

เครื่องเรือนชนิดที่หุ้มด้วยผ้า

  • คราบฝุ่นละอองและคราบสกปรกต่าง ๆ จะเป็นปัญหามากที่สุด เพราะฉะนั้นต้องหมั่นดูดฝุ่นและปัดฝุ่นให้สม่ำเสมอ โดยใช้แปรงกลมปัดฝุ่นตามซอกต่าง ๆ
  • หากน้ำหกบนผ้า ให้ใช้ผ้าซับน้ำไว้ไม่ให้กระจายเป็นวงกว้าง ถ้ามีคราบเปื้อนให้ใช้สบู่ทูบริเวณที่เปื้อนแล้วค่อยใช้ผ้าซับสบู่และน้ำออกมา จากนั้นใช้ไดร์เป่าผมเป่าให้แห้ง เพื่อไม่ให้เป็นคราบด่างทิ้งไว

 

เครื่องเรือนที่เป็นโลหะ

  • หากมีน้ำหรือของเหลวหกใส่ ควรรีบทำความสะอาดทันทีไม่ปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจเป็นสาเหตุของสนิมและรอยคราบสกปรก
  • ควรพิจารณาชนิดของโลหะเพื่อการจัดวางเฟอร์นิเจอร์โลหะได้ถูกตำแหน่ง เช่น โลหะที่เป็นสนิมได้ไม่ควรไว้ใกล้บริเวณที่ชื้นแฉะ เป็นต้น

 

เครื่องเรือนที่หุ้มด้วยหนัง

  • โซฟาหนังที่เกิดรอยด่าง ลองใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดเช็ดถู นำแชมพู หรือน้ำยาทำความสะอาดหนัง ทาให้ทั่วบริเวณที่เป็นรอยด่าง แล้วเช็ดออก รอยด่างก็จะหายได้
  • ถ้าเบาะฉีกขาดเล็กน้อยลองหาหนังที่เป็นสีเดียวกับโซฟามาปะเสีย แล้วนำผ้ามาหุ้ม จะได้เบาะใหม่ดูดีขึ้นหรือใช้วางหมอนอิงปิดทับเสีย

 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บรรยากาศในห้องนอน :

 ก่อนอื่น ถามตัวเองว่าคุณอยากล้มตัวลงนอนในห้องนอนแบบไหน

 ห้องนอนโรแมนติค ห้อง นอนโรแมนติคคือห้องนอนที่สร้างอารมณ์และความ รู้สึก ไม่มีกฎตายตัวว่าห้องนอนโรแมนติคต้องใช้ผ้าลูกไม้บางเบาหรือใช้สีชมพูเสมอไป สีขาวก็โรแมนติคได้ ด้วยความรู้สึกบริสุทธิ์และดูงดงามในทุกแสงแห่งวัน เช่นเดียวกับสีเหลือง ที่นุ่มนวลอ่อนโยน ให้ห้องนอนสว่างไสวได้แม้ในวันฟ้ามืดครึ้ม

 ห้องนอนเรียบง่าย  หมาย ถึงห้องนอนที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายทันที ที่ย่างเท้าเข้ามาห้องนอนชนิดนี้จะเน้นความกลมกลืนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทั้งโทนสีห้อง ผ้าม่าน ผ้าคลุมเตียง ล้วนกลมกลืนสอดคล้อง ปราศจากความรู้สึกร้อนแรงหรือขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนอารมณ์ใดหัวใจของการตกแต่งห้องนอนก็มีหนึ่ง นั่นคือการเชิญชวนให้เจ้าของห้องรู้สึกอยากพักผ่อนนั่นเองจัดวางให้เหมาะเจาะ เช่นเดียวกับห้องอื่นๆ ที่ผ่านมา การวางแผนตกแต่งห้องนอนต้องเริ่มจากตั้งคำถามตัวเองก่อนว่า คุณจะใช้ห้องนอนทำหน้าที่อะไรบ้าง

  • คุณนอนคนเดียวหรือมีผู้ร่วมห้องด้วย
  • เตียงของคุณมีขนาดใหญ่หรือเล็ก
  • เครื่องแต่งตัวและข้าวของส่วนตัวของเจ้าของห้องมีมากน้อยแค่ไหน
  • โต๊ะเครื่องแป้งสำคัญกับคุณมากน้อยแค่ไหน
  • จำเป็นต้องมีมุมทำงานเล็กๆในห้องนอนหรือไม่
  • คุณชอบอ่านหนังสือก่อนนอนไหมฯลฯ

 

 

 

เขียนรายการสิ่งที่ต้องมีในนอนของคุณให้ครบถ้วนก่อน แล้วจึงค่อยมาพิจารณาดูว่าจะแผนจัดห้องนอนแสนสวยของคุณอย่างไรต่อไป

 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตู้ เ สื้ อ ผ้ า :

มีความสำคัญสำหรับห้องนอนเป็นอันดับสองรองจากเตียง สัมภาระที่เป็นส่วนตัวในชีวิตประจำวันของคุณมักจะถูกเก็บอยู่ในส่วนนี้ ไม่เพียงเสื้อผ้า แต่ยังรวมทั้งกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ เข็ดขัด ผ้าเช็ดตัวฯลฯ ถ้าเป็นไปได้คุณควรเผื่อพื้นที่ให้ส่วนนี้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะในตอนย้ายเข้ามาเรามักมีสัมภาระเพียงเล็กน้อย แต่ยิ่งนานขึ้นสัมภาระก็จะมากขึ้นจนคาดไม่ถึง หากห้องนอนมีพื้นที่พอ แนะนำให้ทำชั้นเก็บเครื่องแต่งตัวไว้ในมุมหนึ่งของห้อง แล้วกั้นส่วนด้วยบานประตูชนิดบานเลื่อน กลายเป็นตู้เสื้อผ้าชนิดเดินเข้าไปหยิบได้(Walk-in Closet) ปัจจุบันมีการผลิตตู้เสื้อผ้าชนิดนี้ในรูปแบบรอติดตั้ง (Ready to lnstall) สำหรับพื้นที่หลายขนาดทำให้ประหยัดและสะดวกขึ้นมาก

สำหรับรูปแบบการติดตั้ง การใช้ตู้แบบบิลท์อินจะได้เปรียบตู้แบบลอย เพราะตู้บิลท์อินมักได้รับการออกแบบให้ยาวติดผนังและสูงจรดเพดานห้อง ทำให้ใช้พื้นที่เก็บของได้คุ้มค่า ในขณะที่ตู้เสื้อผ้าแบบลอยตัวมักเหลือพื้นที่หลังตู้ให้กลายเป็นที่สะสมฝุ่น และดูไม่สวยงามเมื่อนำของขึ้นไปวางซ้อนกัน

 ไม่ว่าจะเป็นตู้รูปแบบใด ควรพิจารณาไปถึงการออกแบบภายในตู้ด้วย เพื่อให้ใช้งานได้อย่างสะดวก เริ่มจากราวแขวนเสื้อผ้าในตู้ ควรลึกประมาณ 60-65 เซยติเมตรเพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าถูกบานพับหนีบหรือเสียดสีกับบานประตู และถ้าจะให้ดีควรปรับเปลี่ยนความสูงได้ หรือมีความสูงต่างระดับให้เลือกแขวนชุดยาวและชุดสั้น ส่วนชั้นวางของและลิ้นชัก ไม่ต้องมีความลึกมาก เพราะจะทำให้มองไม่เห็นของข้างใน แค่สามารถวางเสื้อยืดพับสักตัวได้สบายๆก็เพียงพอ ลิ้นชักควรมีไว้บ้างสำหรับเก็บข้าวของชิ้นเล็กๆ แต่ไม่ควรมีมากจนทำให้เสียเวลาในการเปิดปิดหาของ อย่าลืมเผื่อพื้นที่ด้านหน้าตู้สำหรับการเปิดประตูได้สะดวก อย่างน้อยไม่ควรต่ำกว่า 95 เซนติเมตร

 -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 โ ต๊ ะ เ ค รื่ อ ง แ ป้ ง :

เพื่อให้ได้แสงธรรมชาติขณะแต่งหน้าควรอยู่ใกล้หน้าต่าง เผื่อพื้นที่สำหรับเก้าอี้แต่งตัว ประมาณ 60 ซม. เพื่อที่จะสอดเก้าอี้ เข้า-ออก ได้อย่างสบาย

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เ ตี ย ง :

การหาที่นอนพิเศษให้กับเตียง ไซล์พิเศษเป็นเรื่องไม่ง่ายถ้าคุณอยากได้เตียงที่มีพื้นที่เกลือกกลิ้งขนาด ใหญ่ ควรคำนึงถึงขนาดที่นอนด้วย ขนาดที่นอนมาตรฐานที่หาได้ง่ายในท้องตลาดคือ ยาว 6.5 ฟุต กว้าง 3.5 ฟุต (สำหรับเตียงเดี่ยว) 5 และ 6 ฟุต (สำหรับเตียงคู่) สำหรับเตียงคู่ที่นอน 2 คน ขอแนะนำให้ใช้เตียงกว้าง 6 ฟุต เพื่อให้ขยับตัวได้สบายไม่ครับแคบเกินไป หลังจากวางเตียงแล้ว อย่าลืมเผื่อพื้นที่รอบเตียงสำหรับการขึ้นลงได้อย่างน้อยด้านละ 75 เซนติเมตรด้วย

หากมีความจำเป็นต้องจัดวางเตียงชิงผนังข้างใดข้างหนึ่งเพื่อประหยัด เนื้อที่ ควรเลือกเตียงที่มีลูกล้อหรือขยับได้ง่ายเพื่อทำให้เตียงได้สะดวก แต่การวางเตียงแบบนี้จะสร้างความลำบากให้กับผู้นอนด้านใน จึงควรใช้ในกรณีที่นอนคนเดียวเท่านั้น

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การตั้งศาลพระภูมิ/เจ้าที่ :


การตั้งศาลพระภูมิ
   สิ่ง ที่ต้องคำนึงในการตั้งศาลพระภูมิ คือ สถานที่ตั้ง,ทิศทาง,วันและฤกษ์ตั้ง,ความสูงของศาลพระภูมิและผู้ประกอบ พิธีกรรมการตั้งศาลพระภูมิ
สถานที่ที่ตั้งศาล
มีหลักการพิจารณาดังนี้

1.
ที่ตั้งศาลต้องเป็นบริเวณพื้นดิน มิใช่บริเวณเดียวกับพื้นของตัวบ้าน
2.
หากไม่มีพื้นที่ที่เป็นพื้นดิน สามารถทำการตั้งศาลบนชั้นดาดฟ้าได้ แต่ส่วนใหญ่ศาลที่ตั้งบนดาดฟ้าจะเป็นศาลเทพต่างๆ เช่นพระพรหม หรือ พระนารายณ์ มิใช่พระภูมิเจ้าที่
3.
จุดที่ตั้งของศาลต้องไม่ถูกเงาของตัวบ้านทอดลงมาทับ
4.
ที่ตั้งของศาลควรอยู่ห่างจากบริเวณที่ตั้งของห้องน้ำ
5.
อย่าตั้งศาลให้อยู่ใกล้กับตัวบ้านมากนัก
6.
อย่าหันหน้าศาลเข้าสู่บริเวณที่ตั้งของห้องน้ำ
7.
ไม่ควรตั้งศาลให้หันหน้าตรงกับประตูหน้าบ้าน
8.
ตั้งศาลให้ห่างจากรั้วหรือกำแพงบ้านอย่างน้อย 1 เมตร
9.
ถ้าสามารถยกพื้นที่ตั้งศาลให้สูงขึ้นสัก 1 คืบ จากพื้นดินได้ ก็เหมาะสมอย่างยิ่ง
10.
ความสูงของศาล ควรสูงเหนือระดับสายตาของผู้เป็นเจ้าของบ้านขึ้นไปเล็กน้อย
ทิศทาง การหันหน้าศาลพระภูมิสู่ทิศมงคล
1.
ทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ทิศอีสาน เป็นทิศที่ดีที่สุดหากตั้งศาลหันไปทิศนี้บ้านนั้นจะมีความเจริญรุ่งเรือง ตลอดไป
2.
ทิศตะวันออก หรือ ทิศบูรพา เป็นทิศที่ดีอันดับ 2 หากตั้งศาลหันไปทิศนี้บ้านนั้นจะมีความเจริญรุ่งเรืองอยู่ประมาณ 100 ปี หลังจากนั้น จะมีแต่เสื่อมลงๆจนถึงขั้นหาความสุขความเจริญไม่ได้
3.
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ทิศอาคเณย์ เป็นทิศที่ดีอันดับ 3 หากตั้งศาลหันไปทิศนี้บ้านนั้นจะมีความเจริญรุ่งเรือง
อยู่ประมาณ 50 ปี หลังจากนั้น จะมีแต่เสื่อมลงๆจนถึงขั้นหาความสุขความเจริญไม่ได้
ทิศต้องห้ามในการตั้งศาลพระภูมิ คือ ทิศตะวันตกและทิศใต้
     เมื่อหาทิศทางตั้งศาลได้แล้วจะต้องพูนดินให้สูง 1 คืบ เกลี่ยดินด้วยมือและทุบให้แน่น ห้ามใช้เท้าเด็ดขาด และเตรียมน้ำมนต์ไว้พรมบริเวณพื้นดินเพื่อขับไล่ภูตผีปีศาจและสิ่งชั่วร้ายต่างๆ
น้ำมนต์ที่ว่านี้เรียกว่า " น้ำมนต์ธรณีสาร " น้ำมนต์ธรณีสารนี้ ทำได้โดยนำน้ำธรรมดาไปให้พระท่านสวดพระพุทธมนต์ทำเหมือนน้ำมนต์ทั่วไปแต่ ต่างกัน
ตรงที่ให้ท่านนำใบไม้ต้นธรณีสารมาใส่ลงในน้ำที่จะทำน้ำมนต์

วันและฤกษ์ตั้งศาล
    
มีความสำคัญมาก ควรเลือกวันที่ดีและมีความเป็นสิริมงคลเพื่อให้ประสิทธิ์ผลในทางมงคล
แก่ผู้อยู่อาศัยในบ้านเรือนนั้นสืบต่อไป
วันต่อไปนี้ถือเป็นวันที่เป็นมงคลฤกษ์ แต่ถ้าวันข้างขึ้น หรือข้างแรมดังกล่าวไปตรงกับ

วันต้องห้าม
ของเดือนใด ให้เลี่ยงไปใช้วันอื่นเสีย
วันข้างขึ้น วันข้างแรม
 ๒ ค่ำ  ๒ ค่ำ
 ๔ ค่ำ  ๔ ค่ำ
 ๖ ค่ำ  ๖ ค่ำ
 ๙ ค่ำ  ๙ ค่ำ
 ๑๑ ค่ำ  ๑๑ ค่ำ
เวลาฤกษ์อันเป็นมงคล
วันอาทิตย์ เวลา ๖.๐๙ น. - ๘.๑๙ น.
วันจันทร์ เวลา ๘.๒๙ น. - ๑๐.๓๙ น.
วันอังคาร เวลา ๖.๓๙ น. - ๘.๐๙ น.
วันพุธ เวลา ๘.๓๙ น. - ๑๐.๑๙ น.
วันพฤหัสบดี เวลา ๑๐.๔๙ น. - ๑๑.๓๙ น.
วันศุกร์ เวลา ๖.๑๙ น. - ๘.๐๙ น.
วันเสาร์ เวลา ๘.๔๙ น. - ๑๐.๔๙ น.
วันต้องห้าม
เดือนอ้าย ( ธันวาคม ) วันต้องห้ามคือ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์
เดือนยี่ ( มกราคม ) วันต้องห้ามคือ วันพุธ และวันศุกร์
เดือน ๓ ( กุมภาพันธ์ ) วันต้องห้ามคือ วันอังคาร
เดือน ๔ ( มีนาคม) วันต้องห้ามคือ วันจันทร์
เดือน ๕ ( เมษายน ) วันต้องห้ามคือ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์
เดือน ๖ ( พฤษภาคม ) วันต้องห้ามคือ วันพุธ และวันศุกร์
เดือน ๗ (มิถุนายน ) วันต้องห้ามคือ วันอังคาร
เดือน ๘ ( กรกฎาคม) วันต้องห้ามคือ วันจันทร์
เดือน ๙ ( สิงหาคม ) วันต้องห้ามคือ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์
เดือน ๑๐ ( กันยายน ) วันต้องห้ามคือ วันพุธ และวันศุกร์
เดือน ๑๑ ( ตุลาคม ) วันต้องห้ามคือ วันอังคาร
เดือน ๑๒ ( พฤศจิกายน ) วันต้องห้ามคือ วันจันทร์
     จะสังเกตได้ว่า จะไม่ปรากฏว่ามี วันอาทิตย์ เป็น ข้อห้ามเลย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ยึดเอาวันอาทิตย์
เป็นวันที่ดีที่สุดสำหรับการตั้งศาล เพราะคนโบราณถือกันว่า วันอาทิตย์นั้นแม้จะจะเป็นวันที่มีกำลังแรงดี
แต่เป็นวันแรงและวันร้อน ไม่เหมาะที่จะทำการตั้งศาล เพราะบ้านอาจจะ ร้อน จรปราศจากความร่มเย็นเป็นสุข แต่ ถ้าหากผู้กระทำพิธีมีเคล็ดมีมนตร์แก้ความร้อนของวันได้ ก็สามารถคิดทำการตั้งศาลในวันนี้ได้ตามความสะดวก

การตั้งศาลพระภูมิ
   สิ่ง ที่ต้องคำนึงในการตั้งศาลพระภูมิ คือ สถานที่ตั้ง,ทิศทาง,วันและฤกษ์ตั้ง,ความสูงของศาลพระภูมิและผู้ประกอบ พิธีกรรมการตั้งศาลพระภูมิ
สถานที่ที่ตั้งศาล
มีหลักการพิจารณาดังนี้
1.
ที่ตั้งศาลต้องเป็นบริเวณพื้นดิน มิใช่บริเวณเดียวกับพื้นของตัวบ้าน
2.
หากไม่มีพื้นที่ที่เป็นพื้นดิน สามารถทำการตั้งศาลบนชั้นดาดฟ้าได้ แต่ส่วนใหญ่ศาลที่ตั้งบนดาดฟ้าจะเป็นศาลเทพต่างๆ เช่นพระพรหม หรือ พระนารายณ์ มิใช่พระภูมิเจ้าที่
3.
จุดที่ตั้งของศาลต้องไม่ถูกเงาของตัวบ้านทอดลงมาทับ
4.
ที่ตั้งของศาลควรอยู่ห่างจากบริเวณที่ตั้งของห้องน้ำ
5.
อย่าตั้งศาลให้อยู่ใกล้กับตัวบ้านมากนัก
6.
อย่าหันหน้าศาลเข้าสู่บริเวณที่ตั้งของห้องน้ำ
7.
ไม่ควรตั้งศาลให้หันหน้าตรงกับประตูหน้าบ้าน
8.
ตั้งศาลให้ห่างจากรั้วหรือกำแพงบ้านอย่างน้อย 1 เมตร
9.
ถ้าสามารถยกพื้นที่ตั้งศาลให้สูงขึ้นสัก 1 คืบ จากพื้นดินได้ ก็เหมาะสมอย่างยิ่ง
10.
ความสูงของศาล ควรสูงเหนือระดับสายตาของผู้เป็นเจ้าของบ้านขึ้นไปเล็กน้อย
ทิศทาง การหันหน้าศาลพระภูมิสู่ทิศมงคล
1.
ทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ทิศอีสาน เป็นทิศที่ดีที่สุดหากตั้งศาลหันไปทิศนี้บ้านนั้นจะมีความเจริญรุ่งเรือง ตลอดไป
2.
ทิศตะวันออก หรือ ทิศบูรพา เป็นทิศที่ดีอันดับ 2 หากตั้งศาลหันไปทิศนี้บ้านนั้นจะมีความเจริญรุ่งเรืองอยู่ประมาณ 100 ปี หลังจากนั้น จะมีแต่เสื่อมลงๆจนถึงขั้นหาความสุขความเจริญไม่ได้
3.
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ทิศอาคเณย์ เป็นทิศที่ดีอันดับ 3 หากตั้งศาลหันไปทิศนี้บ้านนั้นจะมีความเจริญรุ่งเรือง
อยู่ประมาณ 50 ปี หลังจากนั้น จะมีแต่เสื่อมลงๆจนถึงขั้นหาความสุขความเจริญไม่ได้
ทิศต้องห้าม การตั้งศาลพระภูมิ คือ ทิศตะวันตก และ ทิศใต้
     เมื่อหาทิศทางตั้งศาลได้แล้ว จะต้องพูนดินให้สูง 1 คืบ โดยประมาณ เกลี่ยดินด้วยมือ และทุบให้แน่นๆ ห้ามใช้เท้าเด็ดขาด! และเตรียมน้ำมนต์ไว้พรม "พื้นดิน" เพื่อขับไล่ภูตผีปีศาจและขจัดสิ่งชั่วร้าย
น้ำมนต์นี้เรียกว่า " น้ำมนต์ธรณีสาร " ทำได้โดยนำน้ำธรรมดา ให้พระสวดพระพุทธมนต์ เหมือนทำน้ำมนต์ทั่วไป แต่ ให้ท่านนำใบไม้ต้นธรณีสาร นำมาใส่ลงในน้ำ
มนต์ 
วันและฤกษ์ตั้งศาล
   
สำคัญมาก ควรเลือกวันที่ดี เป็นสิริมงคล เพื่อให้ประสิทธิ์ผลในทางมงคล
แก่ผู้อยู่อาศัยในบ้านเรือนนั้นสืบต่อไป
วันต่อไปนี้ถือเป็นวันที่เป็นมงคลฤกษ์ แต่ถ้าวันข้างขึ้น หรือข้างแรมดังกล่าวไปตรงกับ

วันต้องห้าม
ของเดือนใด ให้เลี่ยงไปใช้วันอื่นเสีย
วันข้างขึ้น วันข้างแรม
 ๒ ค่ำ  ๒ ค่ำ
 ๔ ค่ำ  ๔ ค่ำ
 ๖ ค่ำ  ๖ ค่ำ
 ๙ ค่ำ  ๙ ค่ำ
 ๑๑ ค่ำ  ๑๑ ค่ำ
เวลาฤกษ์อันเป็นมงคล
วันอาทิตย์ เวลา ๖.๐๙ น. - ๘.๑๙ น.
วันจันทร์ เวลา ๘.๒๙ น. - ๑๐.๓๙ น.
วันอังคาร เวลา ๖.๓๙ น. - ๘.๐๙ น.
วันพุธ เวลา ๘.๓๙ น. - ๑๐.๑๙ น.
วันพฤหัสบดี เวลา ๑๐.๔๙ น. - ๑๑.๓๙ น.
วันศุกร์ เวลา ๖.๑๙ น. - ๘.๐๙ น.
วันเสาร์ เวลา ๘.๔๙ น. - ๑๐.๔๙ น.
วันต้องห้าม
เดือนอ้าย ( ธันวาคม ) วันต้องห้ามคือ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์
เดือนยี่ ( มกราคม ) วันต้องห้ามคือ วันพุธ และวันศุกร์
เดือน ๓ ( กุมภาพันธ์ ) วันต้องห้ามคือ วันอังคาร
เดือน ๔ ( มีนาคม) วันต้องห้ามคือ วันจันทร์
เดือน ๕ ( เมษายน ) วันต้องห้ามคือ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์
เดือน ๖ ( พฤษภาคม ) วันต้องห้ามคือ วันพุธ และวันศุกร์
เดือน ๗ (มิถุนายน ) วันต้องห้ามคือ วันอังคาร
เดือน ๘ ( กรกฎาคม) วันต้องห้ามคือ วันจันทร์
เดือน ๙ ( สิงหาคม ) วันต้องห้ามคือ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์
เดือน ๑๐ ( กันยายน ) วันต้องห้ามคือ วันพุธ และวันศุกร์
เดือน ๑๑ ( ตุลาคม ) วันต้องห้ามคือ วันอังคาร
เดือน ๑๒ ( พฤศจิกายน ) วันต้องห้ามคือ วันจันทร์
     สังเกตได้ว่า ไม่พบว่า วันอาทิตย์ เป็น ข้อห้ามเลย แต่ก็ไม่ได้ให้เข้าใจว่าให้ยึดเอาวันอาทิตย์
เป็นวันที่ดีที่สุด เพราะคนโบราณถือว่า วันอาทิตย์แม้จะเป็นวันที่กำลังแรงดี
แต่ เป็นวันแรงและวันร้อน ไม่เหมาะทำการตั้งศาล เพราะบ้านอาจ ร้อน ไม่มีความร่มเย็นเป็นสุข แต่ หากผู้กระทำพิธีมี มีเคล็ดมีมนตร์แก้ความร้อนได้ ก็สามารถคทำการตั้งศาลได้ตามความสะดวก



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 


ตามไปอ่านกันต่อได้ที่นี่ http://teakyou.wordpress.com

 

 

 

ที่มา thaihomemaster

          baanmaithong

 

Visitors: 484,723